วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 2008

สะพาน สะพาน สะพาน

มีเมืองใหญ่มากมายในโลกนี้ที่มีแม่น้ำตัดผ่าน ลอนดอนมีแม่น้ำเธมส์ โรมมีทิเบอร์ กรุงเทพฯมีแม่น้ำเจ้าพระยา และเมืองอะไรต่อมิอะไรอีกหลายหลากมากมี แต่ไม่มีที่ใดที่สามารถดึงความงามของแม่น้ำที่ตนมีออกมาได้อย่างวิจิตรและกลมกลืนท่ากับปารีส

กรุงเทพฯของคนย่านสุขุมวิทนั้นแทบไม่มีแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในสารบบ จะมีก็แต่น้ำดำๆของคลองแสนแสบ
ซึ่งก็ห่างไกลจากชีวิตประจำวันเต็มที ลองนึกสภาพจักรทองแต่งตัวเฉิดฉายไปลงเรือหางยาวให้ฟองฟาดซัดสาด ก็พอดีต้องกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า ในขณะที่คนทางฝั่งธนฯหรือละแวกริมแม่น้ำเจ้าพระยาแม้ชีวิตจะผูกพันกับแม่น้ำก็อาจมิได้ซึมซับเอาความงามของมันเข้าไปได้เต็มที่ ค่าที่ที่ดินส่วนใหญ่ริมแม่น้ำนั้นล้วนถูกจับจองโดยปัจเจกบุคคลและได้กลายสภาพเป็นโรงแรมและคอนโดมิเนียมไปเสียสิ้น พอเจ้าบ้านผ่านเมืองนึกจะสร้างสะพาน ก็ใหญ่โตโอฬารด้วยต้องรับปริมาณรถยนต์ที่วิ่งผ่านในแต่ละวัน มิใช่สะพานสำหรับคนเดินข้าม ทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาจึงถูกทำลายไปด้วยด้อยวิสัยทัศน์ ในขณะที่คนที่รับกรรมของความไร้ประสิทธิภาพทางความคิดก็คือประชาชนตาดำๆนั่นเอง

ปารีสเต็มไปด้วยสะพานข้ามแม่น้ำแซนกระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ บ้างทำด้วยหิน บ้างทำด้วยเหล็ก บางสะพานมีไว้สำหรับรถแล่น ในขณะที่บางสะพานสงวนไว้ให้เฉพาะคนเดินไปมา ในบรรดาสะพานสำหรับคนเดินถนนนั้น ไม่มีสะพานไหนในปารีสจะดังไปกว่า Pont des Arts ซึ่งเชื่อมระกว่างปีกหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ Louvre กับ Institut de Paris ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำแซน สะพานเหล็กอันนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 เรียกว่าอายุอานามก็อ่อนกว่ากรุงรัตนโกสินทร์อยู่ไม่กี่ปี เคยทรุดตัวลงเมื่อยุค 70's แต่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่อย่างที่เห็นทุกวันนี้ กล่าวกันว่าเป็นสะพานที่โรแมนติกที่สุด แหม...ก็ลองเดินกับแฟนสองต่อสองโดยมีตึก Institut de France ตระหง่านอยู่เบื้องหน้าสิ ไม่ให้โรแมนติกได้อย่างไร แต่จนแล้วจนรอด จักรทองก็ไม่ได้ไปเดินกับแฟนเสียที เหอๆๆ ถ้าใครไปเที่ยวปารีสคนเดียวแล้วกลัวจะเดินโดดเดี่ยวเหี่ยวเฉาบนสะพานแสนสวยอันนี้ก็จะบอกว่าคิดผิดฮ่ะ ด้วยความที่เป็นสะพานคนเดิน (จำพวกเดียวกับถนนคนเดิน) Pont des Arts จึงคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน โดยเฉพาะตอนค่ำๆ ชาวบ้านทั้งเด็ก แก่ วัยกลางคนล้อมวงกันนั่ง Pique Nique กันเป็นที่หฤหรรษ์ สาวๆคนไหนท่าทางอ่อนต่อปารีสประมาณว่าฟ้องความเป็นคนต่างถิ่น อาจโดนขี้เมาแซวได้ แต่ขอให้เชิดหน้าเดินขาไขว้เข้าไว้ค่ะ อย่าไปสนใจ หรือถ้าก๋ากั่นก็เข้าไปร่วมวงเลย ฮ่าๆๆๆ จะได้ได้เพื่อนใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2007

สุขสันต์วันคริสมาสต์ และสวัสดีปีใหม่ค่ะ

ขอให้โชคดีกันทุกคนนะคะ จักรทองของไปปาร์ตี้ก่อน สวัสดีค่ะ

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2007

ปารีสในรอยหนาว

หน้าหนาวปารีสนั้นแม้จะไม่ค่อยมีหิมะก็ยังหนาวจับใจ ไอ้หนาวกายก็เรื่องหนึ่ง แต่หนาวใจขึ้นมาเมื่่อไหร่ก็ทำเอาแย่ไปเหมือนกัน

จริงๆแล้วจักรทองเป็นคนชอบอยู่คนเดียว แต่พอหน้าหนาวมาถึง ก็เหงาและเปล่าเปลี่ยวเอาเรื่องอยู่ ็มองไปทางไหนในปารีสก็เป็นสีเทา ท้องฟ้าสีหม่น ตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทางก็เป็นสีเทา จากที่เคยมีผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ ก็เงียบเหงาลงไปถนัดตา เพราะฝรั่งก็กลัวหนาวไม่น้อยไปกว่าคนเอเชียอย่างเราๆ

ปกติเป็นคนที่คิดอะไรต่อมิอะไรตลอดเวลาอยู่ มาเจอเมืองเงียบๆอีก ก็ยิ่งคิดไปกีนใหญ่ ทั้งถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ทั้งของตนเองและผู้อื่น

ซึ่งอาการนี้ เพื่อนชาวสวีเดนบอกว่า "เธอต้องการแฟนซักคนแล้วล่ะ"... อาจจะจริง

รูปจากซ้ายไปขวา: มุมหนึ่งในสวนสาธารณะ Jardin du Palais Royal, รูปโปสเตอร์ข้างร้านขอ Jean-Paul Gaultier, รูป Le Baiser ถ่ายโดย Robert Doisneau



วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2007

Kong บาร์เก๋ล้ำใจกลางเมืองโบราณ

นอกจากจักรทองจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของปารีสแล้ว จักรทองยังเป็นแฟนของซีรี่ส์อเมริกัน Sex and the City อีกด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อรู้ว่าสองตอนสุดท้ายของซีรี่ส์เรื่องนี้มาถ่ายทำที่ปารีส จักรทองก็เปี่ยมสุข สุขทั้งในขณะดูละครที่น้ำเน่าบ้างไม่น้ำเน่าบ้างเรื่องนี้ และเปี่ยมสุขเมื่อได้มาอยู่ปารีสและได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ ที่ Carrie ไป

บาร์หน้าตาญี่ปุ่นจ๋าชื่อ Kong ก็อยู่ในฉากหนึ่ง มีหรือที่จักรทองจะยอมพลาด



บาร์นี้ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของตึกที่ชั้นล่างเป็นร้านเสื้อผ้ายี่ห้อเ Kenzo เมื่อขึ้นลิฟท์ไปแล้วคุณก็จะถึงสวรรค์แห่งการตกแต่งภายใน ซึ่งตะโกนๆๆๆ ออกมาตั้งแต่แวบแรกว่าเป็นฝีมือของ Philippe Starck ผู้ถ่ายทอดความบ้าให้ร้านรวงและโรงแรมเก๋ๆมาแล้วทั่วโลก

แม้ว่าบาร์จะเงียบๆในยามกลางวัน (คึกคักเวลากลางคืนนะคะคุณ) แต่อย่าลืมว่าคุณมีเกอิชามานั่งเป็นเพื่อนอยู่บนเก้าอี้ทุกตัว จนบางทีอาจไพล่นึกไปได้ว่า นี่ญี่ปุ่นชนะสงครามโลกหรือนี่ ซึ่งถ้าเมื่อไหร่ที่เบื่อเฟอร์นิเจอร์ของที่นี่แล้วก็ให้หันลงไปมองวิวสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในปารีสชื่อ Pont Neuf เผื่อจะคิดถึงแฟน

สั่ง

1. ค็อกเทลที่มีเบสจากแชมเปญถ้ามากับสาวๆ
2. ช็อคโกแล็ตร้อนซึ่งช่วยให้คุณหายเหงาได้ในยามฝนตก

คำเตือน: อาหารไม่อร่อยนะคะ ห้ามเสี่ยง


Kong
1, rue due Pont Neuf
75001 Paris

หรรษาที่ปารีส


สำหรับคนที่เคยไปเยือนปารีสแล้วนั้น น้อยคนที่จะไม่หลงเสน่ห์กับความงามของเมืองแห่งแสงสีนี้ มู่เองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องมนต์ของปารีสที่กลับมาแล้วก็ยังคิดถึงเมืองหลวงฝรั่งเศสอย่างไม่วางวายจนต้องลุกขึ้นมาเขียนบล็อคเพื่อแบ่งปันความทรงจำทั้งดีไม่ดีเคล้าคละปะปนกันไป และในขณะเดียวกันก็ทำการถ่ายทอดทายาทอสูรสาวกปารีสรุ่นใหม่ๆ ให้ได้รู้จักเมืองนี้กันมากขึ้น

รูปแรกที่นำมาฝากคือยามค่ำพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ที่โด่งดังชื่อกระฉ่อนโลกที่เคยเป็นพระราชวังมาก่อน โดยปิรามิดแก้วโดย ไอ เอ็ม เป่ย นั้นสร้างขึ้นในปลายยุคทศวรรษที่ แปดศูนย์ ท่ามกลางความฮือฮา แต่ถ้าให้มู่นึกภาพลูฟร์เปล่าๆที่ไม่มีปิรามิดแก้วตอนนี้ก็คงทำไม่ได้เช่นกัน